ภาพที่ได้จาก Perfect Effect ที่อยู่ในชุด Perfect Photo Suit 8

 

                คำว่า “ภาพของผมทุกภาพ ผ่านการปรับแต่งทั้งสิ้น” ที่ผมพูดถึงนั้น “การปรับแต่ง” หมายความว่า อะไรก็ตามแม้เพียงเล็กน้อยที่ผมทำภายหลังจากการกดชัตเตอร์บันทึกภาพลงไปแล้ว ถือว่าเป็น “การปรับแต่ง” ในความหมายของผมทั้งสิ้น ปัจจุบันผมถ่ายภาพทุกภาพด้วยไฟล์ RAW อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช้ไฟล์ชนิดอื่นเลย การถ่ายภาพด้วยไฟล์ชนิดนี้ เป็นที่ทราบกันว่า เบื้องต้นนั้น ภาพจะยังดูไม่สมบูรณ์ ไม่สดใส ไม่เด่น ไม่สะดุดตา ฯลฯ เหมือนกับภาพที่ถ่ายด้วยไฟล์ JPG มาโดยตรงจากกล้อง (ยิ่งเป็น JPG ที่ผ่านการถ่ายด้วยฟังก์ชั่นเสริมหรือ Effect สำเร็จรูปต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในกล้องรุ่นใหม่ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ภาพดูสวยเด่นมากในขั้นตอนเดียว)  ดังนั้น จึงต้องการการปรับแต่งในแบบที่เราต้องการ เพื่อให้ได้ภาพที่ตรงใจเราที่สุด สำหรับผมเอง สมมติว่า ผมถ่ายภาพมาด้วยไฟล์ RAW แล้วผมมาเลือกเปลี่ยนแค่เพียง White Balance เพียงอย่างเดียว ผมก็ถือว่า ภาพนั้นผ่านการ “ปรับแต่งด้วยโปรแกรม” แล้วครับ การปรับแต่งตามที่ผมคิดนั้น ไม่จำเป็นต้อง “ยำ” ภาพให้เปลี่ยนไปจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้จึงจะเรียกว่าการปรับแต่ง แต่แค่เปลี่ยนค่าปกติทั่วไปอย่าง White Balance หรือ ปรับมิติ ปรับคอนทราสต์ เพิ่มหรือลดความมืดความสว่างเล็กน้อย ผมก็ไม่ปฏิเสธแล้วที่จะบอกว่า ภาพนั้นผ่านการ “ปรับแต่ง” มา

 



ภาพที่ได้จาก Perfect Effect ที่อยู่ในชุด Perfect Photo Suit 8

 

            สำหรับนักถ่ายภาพทั่วไป โปรแกรมสำหรับการจัดการและปรับแต่ง ตัดต่อภาพนั้น เกือบร้อยละร้อยก็หนีไม่พ้นโปรแกรมยอดนิยม Photoshop ส่วนนักถ่ายภาพที่จริงจังขึ้นมาอีกหน่อย ก็อาจจะใช้โปรแกรมค่ายเดียวกันอย่าง Lightroom มาช่วยในการจัดระบบระเบียบและปรับแต่งง่ายๆ เบื้องต้นให้กับภาพของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักถ่ายภาพที่ขายภาพออนไลน์ผ่าน Microstock นั้น โปรแกรมทั้งสองนี้ ถือว่าเป็นโปรแกรมสามัญประจำเครื่องกันเลยทีเดียว ผมเชื่อว่า คนขายภาพ (โดยเฉพาะแนวภาพถ่าย) มีไม่กี่คนที่ไม่ได้ใช้โปรแกรมทั้งสองนี้ หรืออย่างน้อยก็อย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนี้ ซึ่งความสามารถในการใช้งานก็จะครอบคลุมความต้องการแทบจะทั้งหมดในกระบวนการถ่ายภาพ จัดการ ปรับแต่ง ตัดต่อภาพในงานเกี่ยวกับ Stock Photography ได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้านักถ่ายภาพคนใด มีความสามารถในการถ่ายภาพต้นฉบับให้สวย และความสามารถในการใช้งานโปรแกรมที่ว่านี้ให้ระดับก้าวหน้าได้ ก็ยิ่งลดความยุ่งยากในการในงานโปรแกรมหลายโปรแกรมได้เป็นอย่างดี

 



ภาพที่ได้จาก Perfect Effect ที่อยู่ในชุด Perfect Photo Suit 8

 

                อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวผมเอง ก็ยังมีข้อจำกัดทางด้านสุขภาพอย่างหนึ่งก็คือ ผมเป็นคนตาบอดสี คนที่เป็นโรคนี้ จะมีความลำบากในการแยกสีหรือการระบุสีต่างๆ ทำให้ในขั้นตอนการปรับแต่งภาพ ถ้าเป็นการปรับสีให้อ่อนให้เข้ม ให้มืดให้สว่างทั่วๆ ไปก็พอทำได้ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่ถ้าเป็นการเลือกหรือกำหนดสีเฉพาะ กำหนดโทนสีที่ต้องการขึ้นมาจากภาพในความคิด อันนั้นก็จะยากหน่อย บางทีก็ทำไม่ได้เลย จะได้ภาพที่เพี้ยนหรือมีคู่สี หรือว่าโทนสีที่ไม่ลงตัวมาแทนเสมอ เช่น ถ้าผมถ่ายภาพมาสักภาพหนึ่ง ในภาพนั้น มีต้นไม้สีเขียว และท้องฟ้าสีฟ้า แล้วผมต้องการจะปรับภาพนั้นให้ออกโทนสีออกแนวเหลืองๆ เก่าๆ ก็จะไม่สามารถทำได้ ภาพที่ออกมาส่วนใหญ่จะออกแนวสีตุ่นๆ ช้ำเลือดช้ำหนอง บางทีก็เป็นโทนสีอื่นไปเสียแทนที่จะออกโทนเหลืองๆ ตามที่ต้องการ เป็นต้น ซึ่งก็สร้างปัญหาให้ผมมากพอสมควรในการทำภาพให้ออกมาตามความคิดของตัวเอง ในช่วงแรกๆ ผมก็ลองพยายามหา Plugin ต่างๆ ของ Photoshop หรือไม่ก็โปรแกรมปรับแต่งภาพสำเร็จรูปต่างๆ มาใช้ดู ส่วนใหญ่เป็นของฟรีตามอินเตอร์เน็ต ก็มีที่พอใช้ได้อยู่บ้าง แต่พอมาเริ่มต้นขายภาพออนไลน์ ก็พบว่า โปรแกรมฟรีส่วนใหญ่ไม่สามารถให้คุณภาพของภาพที่ปรับแต่งออกมาในระดับที่ต้องการได้ เช่น มี Noise เยอะเกินไป, มีฟังก์ชั่นให้เลือกน้อยเกินไป เป็นต้น

 



ภาพที่ได้จาก Perfect B&W ที่อยู่ในชุด Perfect Photo Suit 8

 

                ในที่สุดหลังจากการพยายามค้นหาอยู่ระยะหนึ่ง ผมก็พบว่า  จริงๆ แล้วโปรแกรมการแต่งภาพแบบกึ่งสำเร็จรูปในแบบที่ผมต้องการ คือประมาณว่า ให้ภาพผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูง มีฟังก์ชั่นให้ใช้งานมาก มีรูปแบบสำเร็จในการปรับแต่งมาก มีความยืดหยุ่นในการปรับมากพอสำหรับการใช้งานในระดับสูงนั้น มีอยู่หลายโปรแกรมด้วยกัน แต่หลังจากการทดลองใช้เวอร์ชั่น Trial และเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆ รวมทั้งราคาตัวโปรแกรมของแท้แล้ว ผมก็เลือกใช้งานโปรแกรมที่ชื่อว่า Perfect Photo Suite 8 ซึ่งมีราคาช่วงจัดโปรโมชั่นอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท ถ้าเป็นราคาปกติก็ราวๆ 9,000 บาท สามารถดูรายละเอียดของโปรแกรมและดาวน์โหลดตัวทดลองใช้ 30 วัน ซึ่งได้ใช้ทุกคุณสมบัติแบบเต็มๆ สมบูรณ์เหมือนโปรแกรมตัวซื้อทุกอย่างได้ที่ www.ononesoftware.com  โปรแกรมนี้ได้ช่วยแก้ปัญหาของผมได้เกือบทั้งหมดอย่างน่าพอใจ และในความคิดของผม สำหรับนักถ่ายภาพมือมือใหม่ที่ยังไม่มีความชำนาญในการปรับแต่งภาพหรือตัดต่อภาพด้วยโปรแกรมอย่าง Photoshop แต่ต้องการโปรแกรม “กึ่งสำเร็จรูป” ชงน้ำร้อนกินได้ทันที จะลองศึกษาโปรแกรมนี้ไว้เพื่อประกอบการพิจารณาก็ไม่เสียหายอะไร (บทความนี้แนะนำโปรแกรมนี้โดยไม่มีค่าโฆษณา ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทบอะไรทั้งสิ้นนะครับ เพียงแต่เห็นว่ามีประโยชน์ก็เลยนำมาเสนอเท่านั้นเอง)

 


ภาพที่ได้จาก Perfect B&W ในชุด Perfect Photo Suit 8

 

                Perfect Photo Suite  เดิมที เป็นโปรแกรมที่เริ่มจากการเป็น Plugin สำหรับช่วยตกแต่งภาพใน Photoshop แต่ต่อมาได้รับความนิยมมากขึ้น และมีการปรับปรุงเพิ่มความสามารถในการใช้งานมากขึ้นอยู่เรื่อยๆ ในที่สุดก็ได้กลายเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้ได้ทั้งเป็น Plugin ใน Photoshop, Lightroom และเป็นโปรแกรมที่ใช้งานเดี่ยวๆ แบบ Stand Alone ได้ด้วย โปรแกรมนี้ช่วยอะไรเราได้บ้าง มาดูกันครับ

 


ภาพที่ได้จาก Perfect Effect ในชุด Perfect Photo Suit 8

 

            จริงๆ แล้วในชุดเต็มของโปรแกรมนี้ ประกอบด้วยโปรแกรมย่อยๆ อีกหลายโปรแกรม ที่เราสามารถจะเลือกซื้อต่างหากก็ได้ แต่หากซื้อแยกเป็นตัวๆ  จะมีราคารวมๆ กันแล้วแพงกว่าชุดรวมที่เรียกว่า Suite นี้ไปหลายเท่าตัว ดังนั้นผมเลือกเลือกซื้อแบบ Suite ซึ่งรวมมาหลายอย่าง แต่ใช้จริงๆ อยู่เพียงสามสี่อย่างเท่านั้น ซึ่งก็ยังนับว่าคุ้มค่ามากๆ โดยทั้งหมดที่มีอยู่ในชุดตัวเต็มก็คือ

  • Perfect Layer ซึ่งทำหน้าที่ในการตัดต่อ ซ้อน รวมภาพต่างๆ เข้าด้วยกัน คล้ายๆ กับการทำงานใน Photoshop แต่มีเครื่องมือที่สะดวกกว่ากันมาก ใครที่ลองใช้งาน Layer ใน Photoshop แล้วรู้สึกยาก ลองในโปรแกรมนี้ดูครับ
  • Perfect Mask  ในงานในลักษณะ Mask ใน Photoshop โดยให้เครื่องมืออำนวยความสะดวกที่มากและใช้งานง่ายกว่า เน้นสำหรับใช้ในการตัดต่อแยกฉากหลังออกจากวัตถุที่ซับซ้อนมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • Perfect Portrait ใช้สำหรับแต่งภาพบุคคลโดยเฉพาะ มี Preset และเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถปรับแต่งภาพบุคคลให้ดูสวยงามได้อย่างรวดเร็ว เช่น ปรับโทนสีผิว ปรับความคมชัดและสดใสของดวงดา ปรับฟันจากเหลืองให้ขาว เป็นต้น ทำได้เพียงไม่กี่คลิกเท่านั้น ไม่ต้องเรียนรู้เทคนิคต่างๆ ให้ยุ่งยากเหมือนใน Photoshop แค่คลิกแล้วลากเท่านั้น
  • และโปรแกรมย่อยอื่นๆ อีกหลายโปรแกรม

 

ภาพที่ได้จากโปรแกรม Perfect B&W

 

Perfect Effect โปรแกรมย่อยนี้คือหัวใจหลักที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อโปรแกรมนี้เลยครับ การทำงานของมันก็คือ เรามีภาพต้นฉบับหนึ่งภาพ แล้วโปรแกรมจะมี Preset หรือค่าที่ตั้งมาล่วงหน้าในรูปแบบต่างๆ กันจำนวนมาก แบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ให้เราเลือกตามใจชอบ เมื่อเลือกแล้วยังสามารถปรับค่าหนักเบาต่างๆ ได้ตามใจชอบอีกต่างหาก แถมมี Preset ใหม่ๆ ให้ดาวน์โหลดได้ฟรีอยู่เรื่อยๆ

Perfect B&W  เป็นโปรแกรมที่ใช้งานบ่อยพอๆ กัน Perfect Effect  ครับ มี Preset ต่างๆ สำหรับการแปลงภาพเป็นขาวดำอย่างมากมายและให้คุณภาพขั้นสุดท้ายที่ยอดเยี่ยม ตอบสนองความต้องการของผู้ชื่นชอบภาพแนวขาวดำได้อย่างน่าพอใจ

Perfect Focal Point หรือ Perfect Focus สำหรับสร้างจุดที่ต้องการให้ชัด ให้เบลอ สร้าง Depth of Field หรือระยะชัดลึกได้ตามที่ต้องการ ด้วยเครื่องมือที่สะดวก ใช้งานง่ายแบบสุดๆ

Perfect Resize ใช้สำหรับย่อขยายภาพและจัดขนาดภาพสำหรับการพิมพ์อย่างมีคุณภาพ เน้นการขยายภาพเป็นภาพขนาดใหญ่มากๆ โดยยังรักษาคุณภาพของไฟล์ภาพไว้ได้อย่างสูงสุด สามารถเลือกขนาดภาพมาตรฐานได้ทันที หรือจะกำหนดขนาดภาพเองตามความต้องการก็ได้  ตามสเปคแล้ว สามารถขยายภาพได้มากกว่า 1,000 % จากภาพต้นฉบับได้โดยยังมีคุณภาพเท่าเดิม

 

 ภาพที่ได้จาก Perfect Effect

 

Perfect Effect  สุดยอดโปรแกรมการแต่งภาพแบบกึ่งสำเร็จรูป

                สำหรับผมเอง ราคาค่าตัวของ Perfect Photo Suit 8 ตัดสินด้วยภาพที่ได้จากโปรแกรม Perfect Effect  นี่แหละครับ คนตาบอดสีอาจจะมีไม่มาก แต่มือใหม่หัดถ่ายภาพและแต่งภาพน่าจะมีมากที่จะได้รับประโยชน์แบบเต็มๆ จากโปรแกรมนี้ ด้วยความที่มันมีค่าสำเร็จรูปในแนวต่างๆ มาให้พร้อมกับโปรแกรมจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการปรับแต่งภาพลงไปได้อย่างมหาศาล สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหรือที่ถูกใจที่สุดได้ทันทีจากตัวอย่างที่ให้มา ในบางครั้ง ภาพต้นฉบับที่เราถ่ายมา และเราคิดว่าจะแต่งหรือปรับให้เป็นแบบนั้นแบบนี้คิดว่าสวยแล้ว ถ้าเราใช้ Photoshop ปรับแต่ง ซึ่งจะปรับได้ทีละแบบ ก็อาจจะดูว่าเพียงพอแล้ว แต่พอมีแบบอื่นๆ มาให้เทียบเหมือนใน Perfect Effect บางทีจะเห็นได้ชัดเจนว่า แบบอื่นๆ ที่เราไม่เคยคิดมาก่อนนั้น ดูดีกว่าที่เราคิดไว้ทีแรกเสียอีก

                ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ถ้าผมมีภาพล้อจักรยานที่ถ่ายด้วยไฟล์ RAW อยู่ภาพหนึ่ง ความรู้สึกมันบอกตั้งแต่แรกว่า ภาพนี้น่าจะปรับแต่งให้ออกมาให้แนวเก่าๆ สไตล์ Vintage ถ้าเป็นแบบเดิมๆ ก็คงจะต้องใช้วิธีไปหาภาพพื้นหลังแนว Background ที่มีสีออกโทนภาพเก่าๆ เช่น กำแพงเก่า หรือกระดาษเก่า แล้วเอามาซ้อนเข้าไปด้วย Photoshop แล้วค่อยปรับสีเพิ่มเติม หรือไม่ก็ใช้วิธีเลือกคู่สีที่ต้องการแล้วก็ปรับให้ออกมาเป็นแนว Vintage ซึ่งสำหรับคนที่เก่งๆ หรือไม่มีปัญหาตาบอดสีคงพอทำกันได้ แต่สำหรับมือใหม่หรือว่าคนที่มีปัญหาด้านสายตาแบบผม งานนี้งานช้างครับ ทำยาก พาลให้เบื่อแล้วก็เลิกทำไปเลย

 


ภาพขณะทำงานกับโปรแกรม Perfect Effect จะเห็นว่ามีตัวอย่างของ Preset ต่างๆ

จำนวนมากมายอยู่ด้านซ้าย สามารถคลิกเลือกได้ตามต้องการ

 

                แต่ถ้ามี Perfect Effect สิ่งที่เราต้องทำ คือการปรับแต่งภาพเบื้องต้นจาก Lightroom เมื่อได้ตามความต้องการแล้ว ก็คลิกขวา เลือกส่งเข้าไปปรับแต่งต่อใน Perfect Effect  (สามารถทำได้เพราะว่า ถ้าเราลงทั้ง Perfect Photo Suite 8 และ Lightroom ไว้ในเครื่องเรา ก็สามารถส่งไฟล์จาก Lightroom เข้าสู่ Perfect Photo Suite 8 ได้โดยอัตโนมัติครับ)  จากนั้น ภาพของเราก็จะไปปรากฏใน Perfect Effect พร้อมกับตัวอย่าง Preset สารพัดแบบให้เราเลือกตามใจชอบ โดยแบ่งเป็นประเภทต่างให้เลือกกว้างๆ ก่อนขั้นต้น เช่น Lanscape, High-key, Movie Look, Vintage เป็นต้น (นี่เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น มีเยอะมากจริงๆ ครับ) จากนั้นสมมติว่าเราต้องการแต่งภาพนี้ให้ออกแนว Vintage หรือว่าแนวเก่าๆ ย้อนยุค ก็ลองคลิกที่คำว่า Vintage ด้านซ้าย ก็จะมี Preset ภาพแนว Vintage จำนวนมากมายมาให้เลือก สามารถเลือกดู Preview แบบ Before & After ได้แบบภาพต่อภาพ เห็นความแตกต่างได้ทันที ง่ายมากครับ ส่วนเครื่องมือด้านขวามือ ก็ยังสามารถปรับแต่ง Effect ต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะให้หนักหรือเบาได้ตามใจชอบ ไม่ใช่ให้โปรแกรมเป็นผู้กำหนดให้เพียงอย่างเดียว ถือว่ามีความยืดหยุ่นมากพอสมควร

 

 

ภาพขณะทำงานกับโปรแกรม Perfect Effect

 

                นอกจาก Preset ต่างๆ ที่ติดมากับโปรแกรมแล้ว เรายังสามารถดาวน์โหลด Preset แบบต่างๆ ที่เราชอบ เพิ่มเติมได้จากทั้งเว็บ www.ononesoftware.com ที่จะมีแบบใหม่ๆ ออกมาแจกฟรีเป็นประจำ รวมทั้ง Preset คุณภาพสูงมากๆ ที่ทำยาก ซึ่งทำออกมาขายในเว็บของ OnOne ก็มีมากมาย เราชอบภาพสไตล์ไหนก็หา Preset ในสไตล์นั้นมาเก็บสะสมไว้เยอะๆ เอาไว้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับภาพที่เราถ่ายมาในภายหลังได้ครับ

 

Perfect B&W โปรแกรมแปลงภาพเป็นขาวดำที่ยอดเยี่ยม

                ไม่ว่าจะเป็นที่ตัวเองตาบอดสี หรือความที่เป็นคนชอบดูภาพถ่ายเก่าๆ ย้อนยุค แต่ก็สรุปว่าผมเองเป็นคนชอบภาพขาวดำมากเป็นพิเศษ ซึ่งเข้าใจว่า นักถ่ายภาพจำนวนมาก แม้จะเป็นนักถ่ายภาพในยุคดิจิตอลเต็มตัว แต่ก็ยังคงมีความชอบในภาพขาวดำ ทั้งในฐานะผู้ดูและผู้สร้างสรรค์ภาพ บางครั้งเรามีภาพสีที่คิดว่า แปลงเป็นขาวดำแล้วน่าจะสวย ดูดี แต่เวลาลงมือจริงกลับพบว่า ปรับแต่งไปเป็นนานสองนาน ก็ยังไม่สามารถได้ภาพที่ตรงใจเสียที แม้ว่าภาพขาวดำจะไม่มีสีสันอยู่ในภาพ ก็ไม่ได้ง่ายนักที่จะทำภาพให้ดูสวยเด่นหรือได้ตามใจต้องการ พอไม่มีสี กลับกลายเป็นว่า สายตาของเราหรือผู้ดูภาพก็ต้องค้นหาจุดสนใจอื่นๆ มาแทนเป็นเรื่องปกติครับ การให้น้ำหนักสีดำ สีขาว สีเทา ดูเหมือนมีอยู่สามสีเท่านั้นแต่ก็มีอะไรให้ทำมากมายไม่น้อยไปกว่าภาพสีเท่าใดนัก นักถ่ายภาพที่เคยลองแปลงภาพสีเป็นขาวดำอยู่บ่อยๆ จะรู้ดีว่า บางภาพ เสียเวลาปรับอยู่เป็นชั่วโมงๆ ก็ยังไม่ได้ดังใจ

 


ภาพขณะทำงานกับโปรแกรม B&W

 

                Perfect B&W ใน Perfect Photo Suite 8 จะช่วยได้มากในการแปลงภาพสีเป็นภาพขาวดำ บางทีเราก็คาดไม่ถึงว่า คำว่า “ขาวดำ” สำหรับภาพภาพหนึ่งนั้น มันมีรูปแบบ มีโทนภาพแบบขาวดำได้มากมายขนาดนั้น ลักษณะการใช้งานของโปรแกรมนี้ ก็คล้ายๆ กับ Perfect Effect ครับ คือทำการปรับแต่งภาพใน Lightroom แล้วส่งเข้ามาปรับแต่ต่อใน Perfect B&W ได้เลย (หรือจะเลือกเปิดภาพที่เราเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ได้โดยตรงจากตัวโปรแกรมเลยก็ย่อมได้ครับ) จากนั้นก็จะมี Preset ให้เราเลือกมากมายเช่นเดียวกัน เลือกที่เราชอบมาดูสักแบบ แล้วทำการปรับแต่งเพิ่มเติมตามใจชอบ ใครไม่ถนัดปรับเอง จะใช้ค่าต่างๆ ที่โปรแกรมให้มาเพียวๆ ก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด ลดขั้นตอนในการปรับแต่งลงไปได้เยอะเลยครับ

 


 ภาพที่ได้จาก Perfect B&W

 

Perfect Portrait สำหรับภาคบุคคลที่สมบูรณ์แบบ

            โปรแกรมนี้รับรองว่าถูกใจช่างภาพแนวบุคคล โดยเฉพาะแนว Portrait สาวๆ ทั้งหลายอย่างแน่นอนครับ ด้วยความที่สามารถปรับแต่งภาพถ่ายแนวนี้ได้อย่างรวดเร็วง่ายได้ และให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม ก่อนที่ซื้อโปรแกรมนี้มาใช้ ผมเคยเข้าไปอ่าน Review ในนิตสารออนไลน์ของต่างประเทศ ให้คะแนนโปรแกรมปรับแต่งภาพบุคคลโปรแกรมนี้ไว้สูงมาก โดยเฉพาะสำหรับการใช้เพื่อปรับสีผิวให้ออกมานุ่มเนียนเป็นธรรมชาติ การปรับแต่งในจุดสำคัญๆ สำหรับภาพบุคคล เช่น สีผิว ดวงดา สีฟัน เป็นต้น ก็สามารถทำได้เพียงคลิกแล้วลากเท่านั้น สะดวกรวดเร็วมากทีเดียว โปรแกรมจะมีฟังก์ชั่นค้นหาใบหน้าของตัวแบบโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังสามารถกำหนดพื้นที่การปรับแต่งบริเวณดวงตา และปากของแบบอย่างคร่าวๆ มาให้ด้วย เราเพียงแต่ทำการปรับเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเพื่อให้ตำแหน่งต่างๆ ตรงกับพื้นที่จริงบนภาพ จากนั้นก็ลากแถบปรับค่าตามต้องการได้ทันที  ถ้าใช้  Photoshop ในงานเดียวกันนี้ จะต้องเรียนรู้เทคนิคต่างๆ มากมาย และใช้เวลาแต่ละขั้นตอนนานกว่าอย่างแน่นอน

 


ภาพขณะทำงานกับโปรแกรม Perfect Portrait  กรอบสี่เหลี่ยมที่อยู่บนหน้าของแบบ

จะเป็นกรอบแสดงใบหน้าที่โปรแกรมเลือกมาให้โดยอัตโนมัติ สามารถยกเลิกได้หากไม่ต้องการ

เมื่อปรับแถบต่างๆ ด้านขวามือ ก็จะปรากฏผลในกรอบที่เหลี่ยมทันที

หรือจะเลือก Preset ต่างจากจากทางซ้ายมือก็ได้เช่นกัน

 

Perfect Focal Point หรือ Perfect Focus สร้างจุดชัด / เบลอได้ดังใจ

            มีประโยชน์มากสำหรับการกำหนดจุดสนใจให้กับภาพ ใช้บังหรือเบลอส่วนต่างๆ ในภาพที่ไม่ต้องการให้มาแย่งจุดสนใจของวัตถุหลักที่เราต้องการเน้น หรือในกรณีที่ถ่ายภาพมาด้วยเลนส์มุมกว้าง หรือไม่ก็ถ่ายมาด้วยรูรับแสงที่แคบ ทำให้มีระยะชัดลึกมากเกินไปจนภาพดูไม่สวยงาม ก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ช่วยได้ เครื่องมือที่ใช้ในโปรแกรมนี้ ใช้ง่ายมากและมีความยืดหยุ่นมากกว่าการทำใน Photoshop อย่างชัดเจน เพียงแต่ทำความเข้าใจกับเครื่องมือในการกำหนดพื้นที่ในตอนแรกครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็สามารถที่จะทำให้ส่วนไหนเบลอมากเบลอน้อย ชัดมากชัดน้อยได้อย่างอิสระตามต้องการ

          ภาพที่ได้จากโปรแกรมนี้ สามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ บรรดาพื้นผิว ฉากหลัง หรือลักษณะพิเศษต่างๆ ที่อยู่ใน Preset เมื่อปรากฏอยู่บนภาพ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมตกแต่งภาพ ไม่ถือเป็นภาพที่เรา Copy ผลงานของคนอื่นมา ทำนองเดียวกับการใช้รูปทรงหรือใช้หัวแปรงต่างๆ ในโปรแกรม Photoshop ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการลอกงานของคนอื่นนั่นแหละครับ สามารถใช้ในงานขายภาพออนไลน์ได้อย่างสบายใจ

 


 ภาพขณะทำงานกับโปรแกรม Perfect Focal Point

 

            ปัจจุบันนี้ ผมใช้ Perfect Photo Suite 8 ร่วมกับ Lightroom และ Photoshop อยู่เสมอ ส่วนจะใช้โปรแกรมไหนเมื่อไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับภาพต้นฉบับเป็นสำคัญ บางครั้งภาพทั่วไป ไม่มีอะไรต้องตัดต่อหรือลบออกจากภาพ ก็ส่งจาก Lightroom เข้าไปปรับแต่งใน Perfect Photo Suite 8 แล้วบันทึกเป็น JPG เตรียมส่งเลย บางครั้งมีวัตถุบางอย่างที่ต้องตัดต่อหรือลบออก ซึ่งทั้งสองโปรแกรมแรกทำได้ไม่สะดวกนัก ก็ต้องเอาเข้าไปตัดต่อเพิ่มเติมใน Photoshop อีกรอบ เนื่องจากแต่ละโปรแกรมก็จะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน ก็จะเป็นชุดเครื่องมือที่ทรงพลังพอที่จะรองรับงานด้าน Post Processing ได้อย่างสมบูรณ์ครับ

 

 ภาพที่ได้จาก Perfect Effect

 

            อย่าลืมว่า การตกแต่ง ปรับแต่ง หรือตัดต่อภาพ เป็นเพียงกระบวนการทำให้ภาพสวยหรือสมบูรณ์ขึ้นจากเดิม ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของพวกเราที่ได้ชื่อว่าคนรักการถ่ายภาพ ความพิถีพิถัน ความใส่ใจในการถ่ายภาพตั้งแต่ขั้นตอนแรกนั้นเป็นสิ่งที่เราในฐานะคนรักการถ่ายภาพไม่อาจละเลยได้ ถ้าเราถ่ายภาพทุกภาพโดยคิดแต่เพียงว่า ถ่ายไปอย่างไรก็ได้ เดียวไปใช้โปรแกรมตกแต่งให้สวยภายหลัง               เราก็คงได้ชื่อว่า เป็นได้เพียงนักแต่งภาพเท่านั้น (และโดยทั่วไป ภาพที่ถ่ายมาแย่ๆ มันก็มีโอกาสอยู่มากที่จะเป็นภาพที่แต่งเต็มที่แล้วก็ยังดูแย่เช่นกัน)  ในทางตรงข้าม แม้เราจะรู้ว่า โปรแกรมช่วยได้ แต่ถ้าเราได้ใส่ความรัก ความตั้งอกตั้งใจ ความพิถีพิถันอย่างเต็มที่ลงไป ตั้งแต่ขั้นตอนการถ่ายภาพด้วยกล้องของเราทุกภาพเสมอ เมื่อนั้น เราจึงได้ชื่อว่าเป็น “นักถ่ายภาพ” อย่างสมบูรณ์แบบครับ

 


 ภาพที่ได้จาก Perfect Effect

 

บทความโดย สุระ นวลประดิษฐ์  www.stockphotothailand.com

ShutterstockSideBarNew

DreamstimeSideBarNew

DepositphotosSideBarNew