ปฐมบทของการขายภาพออนไลน์ ตอนที่ 1


 

ตีพิมพ์ใน นิตยสาร ออนคาเมร่า ฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ.2553

       นักถ่ายภาพจำนวนหนึ่ง เริ่มต้นเข้าสู่วงการถ่ายภาพด้วยความหวังหรือความฝันที่จะเป็นมืออาชีพที่ทำรายได้จากภาพถ่ายของตนเอง นักถ่ายภาพจำนวนมากศึกษาเรียนรู้ฝึกฝนสั่งสมประสบการณ์ในการถ่ายภาพมาอย่างยาวนาน จนมีฝีไม้ลายมือในการถ่ายภาพอยู่ในระดับดีเยี่ยม นักถ่ายภาพมือสมัครเล่นที่ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกจำนวนไม่น้อย มีความสามารถในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ไม่น้อยหน้ามืออาชีพ ทั้งในด้านเทคนิคและด้านมุมมอง

          อย่างไรก็ตามแม้ว่าฝีมือในการสร้างสรรค์ภาพจะอยู่ในระดับยอดเยี่ยมแต่ยังมีนักถ่ายภาพจำนวนมากที่ยังคงไม่มีโอกาสที่จะเข้าสู่วงจรของการถ่ายภาพทำเงิน หรือยังคงค้นไม่พบวิธีการที่จะเปลี่ยนทักษะการถ่ายภาพอันยอดเยี่ยมของตนเองให้กลายเป็นรายได้ตามที่คาดหวัง นักถ่ายภาพหลายคนพยายามที่จะนำเสนองานออกไปสู่สายตาของคนทั่วไปในหลายแนวทาง เพื่อหวังว่าจะมีผู้มองเห็นและติดต่อขอซื้อภาพถ่ายของตนเอง เช่นสร้างเว็บบล็อกเว็บไซต์ จัดแสดงภาพในแกลเลอรี่  จัดทำสมุดรวมรวมภาพไปนำเสนอยังแหล่งที่คิดว่าจะสนใจภาพของตัวเอง หรือแม้แต่การพิมพ์ภาพออกมาเป็นโปสเตอร์ เป็นโปสการ์ดเพื่อฝากขายหรือวางขายตามจุดที่คิดว่าน่าจะมีผู้สนใจ  เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผลตอบแทนหรือตอบรับที่ได้มา มักจะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ไม่คุ้มค่าเหนื่อย ค่าเสียเวลา และความพยายามที่ได้ทุ่มเทลงไป ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ ประการ เช่น ข้อจำกัดในการเข้าถึงกลุ่มผู้ต้องการซื้อหรือใช้งานภาพ ข้อจำกัดในระบบการจัดการ จัดเก็บ ค้นหา แสดงภาพ เป็นต้น

            นับเป็นโอกาสอันดีของนักถ่ายภาพในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมากที่ข้อจำกัดต่างซึ่งทำให้เราเข้าสู่วงจรของการทำรายได้จากภาพถ่ายได้ถูกทำลายลงไป ปัจจุบันนี้ไม่ว่าเราจะเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นใช้อุปกรณ์ระดับโปรหรือระดับธรรมดา อยู่ในวงการถ่ายภาพโดยเชิงธุรกิจโดยตรง หรือถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ถ้าหากว่าเราสามารถสร้างสรรค์ภาพที่มีคุณภาพและเนื้อหาที่ดีได้ เราก็สามารถเข้าถึงโอกาสในการทำรายได้จากภาพถ่ายของเราได้เท่าเทียมกันทุกคน ทุกวันนี้มีธุรกิจตัวแทนขายภาพถ่ายออนไลน์  ซึ่งรับภาพที่มีคุณภาพและเนื้อหาตามเกณฑ์ที่กำหนดจากนักถ่ายภาพทั่วโลก เพื่อเสนอขายให้แก่ลูกค้าที่ต้องการใช้ภาพจากทั่วโลกเช่นกัน นักถ่ายภาพทุกคนที่คิดว่ามีฝีมือมีความสามารถ จะไม่ต้องกังวลเรื่องการทำรายได้จากภาพถ่ายของตนเองอีกต่อไปด้วยรูปแบบธุรกิจการขายภาพถ่ายออนไลน์ที่เรียกกันว่าไมโครสต็อก (Microstock)” 

ไมโครสต็อก (Microstock)  คืออะไร

            ไมโครสต็อกหรือ Microstock  คือเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเป็นนายหน้าหรือเป็นตลาดสำหรับการรวบรวมภาพถ่ายจากช่างภาพ เพื่อขายไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายขั้นตอนการซื้อขายภาพทั้งหมดจะกระทำผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น เช่นการอัปโหลดภาพจากช่างภาพด้วยตัวเองไปยังฐานข้อมูลของไมโครสต็อกการแสดงตัวอย่างภาพแก่ลูกค้า การซื้อและการจ่ายเงินจากลูกค้า การจ่ายส่วนแบ่งค่าขายภาพให้กับช่างภาพผู้เป็นเจ้าของภาพเป็นต้น ลูกค้าผู้ซื้อภาพจะไม่มีการได้ติดต่อโดยตรงกับเจ้าของภาพ เจ้าของภาพก็จะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ซื้อภาพของตนเองบ้าง กระบวนการซื้อขายทั้งหมดเกิดขึ้นโดยมีไมโครสต็อกเป็นตัวกลาง

            จริงแล้วคำว่าการขายภาพในไมโครสต็อกนั้นไม่ใช่การขายสิทธิ์ในการครอบครองเป็นเจ้าของ หรือขายลิขสิทธิ์ของภาพนั้นให้ลูกค้าหรือให้ไมโครสต็อกแต่ประการใดคำว่าขายนั้นหมายถึงขายสิทธิในการอนุญาตให้ใช้ภาพนั้นตามวัตถุประสงค์และขอบเขตที่ลูกค้าไมโครสต็อก รวมทั้งช่างภาพเจ้าของภาพเห็นชอบในข้อตกลงร่วมกัน ลิขสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของภาพนั้นยังคงเป็นของช่างภาพเหมือนเดิมทุกประการ ช่างภาพในฐานะเจ้าของภาพยังคงมีสิทธิที่จะอนุญาตให้ใครก็ได้ใช้งานให้เช่าหรือแม้แต่ขายภาพนั้นได้ตามต้องการ เช่นช่างภาพส่งภาพที่เป็นลิขสิทธิ์ของตนเองสมมติว่าชื่อภาพ เข้าไปขายในไมโครสต็อก และมีลูกค้าชื่อนาย A เข้ามาดาวน์โหลดภาพนั้นไปเพื่อพิมพ์โบรชัวร์สินค้าโดยราคาที่ดาวน์โหลดมีมูลค่า1 เหรียญสหรัฐนาย A ก็จะได้เพียงสิทธิในการใช้งานภาพตามข้อบังคับของไมโครสต็อกเท่านั้น สิทธิความเป็นเจ้าของภาพยังคงเป็นของช่างภาพ และลูกค้ารายอื่นเช่นนาย B นาย C นาย D ฯลฯ ก็ยังสามารถเข้ามาดาวน์โหลดภาพไปใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน หรือวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ขัดกับกฏระเบียบของไมโครสต็อกได้ตลอดเวลา ช่างภาพเองก็ยังสามารถนำเอาภาพนั้นไปใช้งาน เช่นจัดแสดงพิมพ์โปสการ์ดขายหรือขายสิทธิในการใช้งานให้ผู้อื่นได้ทุกประการตามต้องการ

            ราคาภาพที่ขายในไมโครสต็อกจะมีหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการคือขนาดของภาพและวัตถุประสงค์ในการใช้งานของลูกค้า ราคาจะเริ่มตั้งแต่ไม่ถึง 1 เหรียญสหรัฐสำหรับภาพขนาดเล็กความละเอียดต่ำเช่น 72 DPI  และใช้ในวัตถุประสงค์ธรรมดาทั่วไป เช่นใช้ประกอบหรือตกแต่งเว็บไซต์  ทำโบรชัวร์อิเลคโทรนิค  ไปจนถึงระดับร้อยเหรียญสหรัฐ สำหรับภาพที่นำไปใช้ในวัตถุประสงค์พิเศษเช่นพิมพ์ขายเป็นโปสต์การ์ด หรือโปสเตอร์เป็นต้น

           ธุรกิจไมโครสต็อกถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 10  ปีก่อนหน้านี้ (บทความนี้เขียนในปี 2011) และได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ปริมาณภาพที่ไมโครสต็อกมีขายเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างก้าวกระโดด จำนวนของเว็บไซต์ไมโครสต็อกก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน  เว็บไซต์ไมโครสต็อกบางแห่งมีจำนวนภาพอยู่ในฐานข้อมูลเกิน 20,000,000 ภาพ (ยี่สิบล้านภาพและด้วยจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการภาพใหม่ในทุกหมวดหมู่ทุกเนื้อหายังมีคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้จำนวนภาพจะดูเผินเหมือนมีจำนวนมาก แต่จากประสบการณ์โดยตรงในการขายภาพสต็อกของผู้เขียนยืนยันได้ว่า ตลาดซื้อขายภาพสต็อกยังคงเปิดกว้างและเติบโตไปได้อีกมาก สำหรับตัวผู้เขียนเองการขายภาพสต็อกมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านปริมาณภาพและจำนวนดาวน์โหลดตลอดเวลา

            ส่วนแบ่งในการขายภาพหรือที่เรียกกันในวงการไมโครสต็อกก็คือค่าคอมมิชชั่น (Commission) จะมีตั้งแต่น้อยมาก ราว .25 เหรียญสหรัฐ (ไม่ถึงสิบบาท) ไปจนถึงระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อการขายภาพ 1 ครั้ง แม้ว่าค่าคอมมิชชั่นเริ่มต้นต่อหนึ่งดาวน์โหลดของไมโครสต็อกจะดูเหมือนไม่สูงมากนักก็ตาม แต่ด้วยปริมาณลูกค้าที่มีจำนวนมากจากทั่วโลกการขายภาพดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง และปริมาณความต้องการใช้งานภาพซึ่งมีมหาศาล ภาพที่มีคุณภาพดีและเนื้อหาดีเป็นที่ต้องการของลูกค้า ก็จะถูกดาวน์โหลดเป็นจำนวนหลายสิบหลายร้อยครั้งซ้ำแล้วซ้ำอีก ช่างภาพจำนวนมากจากทั่วโลก (จากข้อมูลการสำรวจมีประมาณ 14%) ยึดอาชีพถ่ายภาพสต็อกขายเป็นอาชีพหลัก มีรายได้เดือนละหลายแสนบาทช่างภาพสต็อกระดับแนวหน้าของโลกชื่อ Yuri Arcurs ชาวเดนมาร์กมีรายได้จากการขายภาพสต็อกเพียงอย่างเดียว ปีละไม่น้อยกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 60,000,000 บาท (ข้อมูลปี 2011)

 

 

แนะนำไมโครสต็อก (Microstock) สำหรับมือใหม่หัดขายภาพ

       อย่างไรก็ตาม แม้จะมีจำนวนเว็บไซต์ไมโครสต็อกหลายสิบแห่ง แต่สำหรับผู้ที่สนใจจะขายภาพถ่ายของตนเองผ่านเว็บไซต์ตัวแทนลักษณะนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านขายภาพมาก่อน และผู้ที่เพิ่งจะหัดถ่ายภาพ จะมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ผู้เขียนจะขอแนะนำ โดยการสรุปจากประสบการณ์จริงที่ได้ขายภาพในไมโครสต็อกมาระยะหนึ่ง  ในช่วงเริ่มต้น ผู้เขียนได้ทดลองส่งภาพไปขายยังไมโครสต็อกต่างจำนวนนับสิบแห่ง โดยไม่ทราบมาก่อนว่ามีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง  โดยไมโครสต็อกที่ผู้เขียนขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจการขายภาพถ่ายออนไลน์ระดับเริ่มต้นส่งภาพเข้าไปขายมีอยู่ 5 แห่งเรียงลำดับความน่าสนใจจากน้อยไปหามากคือ


 

 

www.shutterstock.com   ไมโครสต็อกที่ต้องส่งภาพไปสอบให้ผ่านก่อนจึงจะมีสิทธิส่งภาพไปขาย

www.iStockphoto.com  ไมโครสต็อกที่ต้องส่งภาพไปสอบให้ผ่านก่อนจึงจะมีสิทธิส่งภาพไปขาย

www.dreamstime.com  ไมโครสต็อกที่สมัครสมาชิกแล้วเริ่มส่งภาพได้เลยไม่ต้องสอบ

www.fotolia.com  ไมโครสต็อกที่สมัครสมาชิกแล้วเริ่มส่งภาพได้เลยไม่ต้องสอบ

www.1232rf.com  ไมโครสต็อกระดับยักษ์ใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ส่งภาพง่าย รับภาพง่าย ไม่ต้องสอบ

 

www.shutterstock.com

       เข้าสู่หน้าลงทะเบียนเป็นผู้ขายภาพได้  ที่นี่ แม้ว่าภาพแนวธุรกิจจะขายดีมากที่ไมโครสต็อกแห่งนี้แต่ Shutterstock ก็เป็นขวัญใจช่างภาพหรือนักถ่ายภาพแนวทิวทัศน์ธรรมชาติท่องเที่ยวศิลปะวัฒนธรรมทั่วไปอีกด้วย ไม่มีไมโครสต็อกแห่งอื่นใดอีกแล้วที่จะขายภาพแนวนี้ให้คุณได้ดีกว่า Shutterstock  ผู้เขียนมีภาพสต็อกอยู่ใน Gallery ของที่นี่มากกว่า 3,000 ภาพ (บทความนี้เขียนในปี 2011) กว่าครึ่งหนึ่งเป็นภาพแนวที่ว่านี้ และมียอดขายอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีสักวันเดียวที่จะไม่มียอดดาวน์โหลด จุดเด่นที่ดีมากอีกอย่างหนึ่งสำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่และมือสมัครเล่นระดับเริ่มต้นก็คือ Shutterstock ให้โอกาสสำหรับภาพทั้งภาพที่ถ่ายจากกล้อง Compact หรือภาพจากกล้อง DSLR ที่ถ่ายด้วยเลนส์ KIT ธรรมดาๆ ถ้าหากว่าช่างภาพสามารถถ่ายมันออกมาให้ได้คุณภาพสูงพอจะผ่านเกณฑ์ได้ ซึ่งจากข้อมูลที่มีอยู่ผู้เขียนยืนยันได้อย่างมั่นใจว่า มีมือใหม่สุดและมือสมัครเล่นจำนวนมากมีภาพสต็อกขายแข่งกับมืออาชีพผู้มีอุปกรณ์ระดับเทพอยู่ในไมโครสต็อกแห่งนี้ และสามารถทำรายได้ในระดับที่น่าทึ่งเมื่อเทียบกับประสบการณ์ในการถ่ายภาพและราคาของอุปกรณ์ที่ใช้

       สิ่งที่ยากที่สุดในเบื้องต้นสำหรับที่นี่ก็คือ ในขั้นตอนแรกเราต้องอัปโหลดภาพจำนวน 10 ภาพ (ห้ามส่งเกิน) ไปให้ทางชัตเตอร์สต็อกพิจารณาภาษาช่างภาพสต็อกเรียกว่าการสอบถ้าภาพ 10 ภาพที่ส่งไปได้รับการพิจารณาให้ผ่านอย่างน้อย 7 ภาพ ก็เป็นอันว่าเราจะกลายเป็นช่างภาพของชัตเตอร์สต็อกทันทีแต่ถ้าผ่านไม่ถึง 7 ภาพก็ต้องรออีก 30 วันแล้วค่อยส่งเข้าไปอีก 10 ภาพเพื่อสอบอีกครั้ง

 

www.iStockphoto.com

            ลงทะเบียนสมาชิกได้ ที่นี่ ไมโครสต็อกแห่งนี้ เป็นตัวแทนขายภาพในรูปแบบไมโครสต็อกแห่งแรกของโลก  iStockphoto เป็นที่สุดในหลายด้านของธุรกิจนี้สำหรับช่างภาพสต็อกแล้ว ที่นี่ถือเป็นทั้งแหล่งทำเงินและสถานที่พิสูจน์ฝีมือในการถ่ายและตกแต่งภาพอีกด้วย iStockphoto ชอบภาพในแนวที่เรียกว่าแนวธุรกิจมากเป็นพิเศษ และชื่อเสียงซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญเลื่องลือกันในหมู่ช่างภาพสต็อกก็คือ ที่นี่เป็นที่สุดของความเขี้ยวและเข้มในการคัดเลือกภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลภาพที่มีแนวคิดมุมมองไม่เฉียบคมจริงๆ และมีคุณภาพทางเทคนิคไม่อยู่ในระดับสุดยอดแทบจะไม่มีโอกาสผ่านการพิจารณาจากที่นี่ ทั้งในขั้นตอนการสอบและการส่งภาพเข้าไปขายจริง  (ปรับปรุงข้อความในปี 2014 ความเข้มงวดของ iStockphoto ได้ลดลงเป็นอย่างมากในช่วงกลางปี 2013 เป็นต้นมา ภาพสามารถผ่านได้ง่ายขึ้น และการสอบก็ง่ายขึ้นด้วย)

            การจะส่งภาพไปขายในไมโครสต็อกระดับสุดยอดแห่งนี้  เราจะต้องส่งภาพเข้าไปสอบเบื้องต้นจำนวน 3 ภาพ แม้จำนวนภาพที่ต้องส่งสอบจะดูน้อย แต่เกณฑ์ในการพิจารณาภาพนั้น อยู่ในขั้นสูงสุดสุด ผู้ที่จะผ่านการสอบของ iStockphoto ได้จะต้องมีความรู้ด้านเทคนิคการสร้างสรรค์ภาพระดับดีมาก ทั้งในส่วนของการถ่ายภาพด้วยกล้องและการปรับแต่งภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังต้องมีความเข้าใจใน Concept ของภาพสต็อกเป็นอย่างดี iStockphoto มีระบบการตัดสินผลการสอบแบบเข้มงวดจริงจัง  ภาพที่มีตำหนิหรือจุดบกพร่องเพียงเล็กน้อยไม่ว่าในด้านใด จะถูกตัดสินให้ไม่ผ่านทันที

 

www.dreamstime.com

            ลงทะเบียนสมัครเป็นผู้ขายภาพได้ ที่นี่  ไมโครสต็อกแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากแห่งหนึ่ง สำหรับบรรดามือใหม่ที่เริ่มเข้าสู่วงจรของการขายภาพถ่ายต้องการหาประสบการณ์และสร้างความมั่นใจให้ตัวเองก่อนการก้าวไปสู่ Shutterstock และ iStockphoto เนื่องจากไม่ต้องมีการสอบหลังจากลงทะเบียนแล้วสามารถส่งภาพไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพพิจารณาได้ทันที หากภาพมีคุณภาพด้านต่างผ่านเกณฑ์จะได้รับการ Approved หรือพิจารณาให้ผ่านภาพก็จะเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลของ Dreamstime และรอลูกค้ามาค้นหาและดาวน์โหลด เกณฑ์การพิจารณาภาพของ Dreamstime ก็ไม่ยากหรือเข้มงวดจนเกินไปนักถ่ายภาพมือใหม่และนักถ่ายภาพที่ใช้อุปกรณ์ระดับธรรมดาทั่วไป ก็มีโอกาสได้รับการ Approved ภาพได้ไม่ยากนัก  อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปรายได้จากการขายภาพในไมโครสต็อกแห่งนี้ยังน้อยกว่าไมโครสต็อกระดับสุดยอดอย่าง Shutterstock และ iStockphoto อยู่พอสมควร

 

www.fotolia.com

            ลงทะเบียนสมัครเป็นผู้ขายภาพได้ ที่นี่ ไมโครสต็อกระดับหัวแถวอีกแห่งหนึ่งที่ขอแนะนำสำหรับการเริ่มต้นขายภาพเนื่องจากไม่ต้องมีการสอบเช่นกันลงทะเบียนแล้วสามารถส่งภาพไปได้เลยทางผู้ตรวจสอบภาพหรือ Inspector ของ Fotolia จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจว่าภาพใดผ่านภาพใดไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของ Fotolia จะมีความยากง่ายอยู่ในระดับเดียวกับ Dreamstime และยอดขายภาพก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับ Shutterstock และ iStockphoto  เช่นกัน

 

www.123rf.com

          ไมโครสต็อกระดับแนวหน้าแห่งหนึ่งของโลก มีจำนวนภาพมาก แม้ว่ายอดขายจะยังไม่สามารถสู้กับ Shutterstock และ iStockphoto ได้ในช่วงแรกๆ แต่ในช่วงหลังก็มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ จุดเด่นที่สุดของเว็บขายภาพออนไลน์แห่งนี้ก็คือ การเป็นไมโครสต็อกที่รับจากช่างภาพได้ง่ายมาก ช่างภาพมือใหม่และมือสมัครเล่นก็สามารถมีพอร์ตงานสต็อกได้ไม่ยาก เป็นกำลังใจในการเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี

อ่านบทความต่อเนื่องจากบทความนี้ ตอนที่ 2 ได้  ที่นี่

อ่านบทความต่อเนื่องจากบทความนี้ ตอนที่ 3 ได้ ที่นี่