ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้ Keyword คำว่า golf ซึ่งเป็นหนึ่งในคำค้นยอดนิยมของลูกค้าทั่วโลก ค้นหาภาพใน Shuttetstock โดยการเรียงตามลำดับภาพที่ได้ความนิยมหรือ Most Popular เราก็จะพบว่า 50 อันดับแรกของภาพยอดนิยมภายใต้คีย์เวิร์ดนี้ มีภาพผลงานของช่างภาพสต็อกชาวไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่จะทำได้เนื่องจากภาพภายใต้คีย์เวิร์ดคำนี้ มีมากมายมหาศาลในไมโครสต็อกแห่งนี้ (บทความนี้ เขียนในเดือนมกราคม ปี 2012)

                หรือถ้าเราค้นหาภาพด้วยคีย์เวิร์ดคำว่า dragon หรือ มังกร ซึ่งเป็นหนึ่งใน Top 100 คีย์เวิร์ดยอดนิยมที่ลูกค้าใช้ค้นหาภาพใน Shutterstock เราก็จะพบว่า มีภาพผลงานของนักถ่ายภาพสต็อกชาวไทยอยู่ใน Top 50 ภาพยอดนิยมของคีย์เวิร์ดนี้เช่นกัน และมีมากกว่า 1 คนอีกด้วย (คีย์เวิร์ดคำนี้ ถูกค้นหามากในช่วงสองสามปีมานี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเนื่องจาก ประเทศจีนกำลังมาแรงในเวทีโลกทุก ๆ เรื่อง ดังนั้นจึงมีการต้องการภาพที่เกี่ยวกับประเทศจีนไปใช้งานทั่วโลก และสิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์แทนประเทศจีน ซึ่งชาวโลกทั่วไปรู้จักกันดีก็คือ มังกร หรือ dragon นี่เอง จึงทำให้คำนี้เป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดยอดนิยมในที่สุด)

                อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักถ่ายภาพสต็อกจำนวนมาก ทำได้ดีในธุรกิจภาพสต็อก แต่ยังมีนักถ่ายภาพสต็อกจำนวนหนึ่ง ที่ยังคงรู้สึกว่า เมื่อได้ทำไประยะหนึ่งแล้ว งานของตัวเองยังคงไม่เป็นที่น่าพอใจทั้งในส่วนของปริมาณดาวน์โหลดและค่าคอมมิชชั่นจากการขาย สาเหตุของเรื่องนี้มีอยู่หลายประการด้วยกัน แต่ในตอนนี้ เราจะมาว่ากันถึงสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่นักถ่ายภาพสต็อกจำนวนมากยังตีโจทย์ไม่แตก ทำให้ผลการขายภาพสต็อกยังไม่เป็นไปตามความคิดหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

 

                การถ่ายภาพสต็อก ที่จริงแล้วไม่ใช่เป็นการขายเฉพาะ “ภาพ” เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือการขาย “แนวความคิด” ที่ปรากฏอยู่ในภาพ แนวความคิดที่ว่านั้น คือจะทำอย่างไรให้ “เนื้อหา หรือ Content” ที่ปรากฏอยู่ในภาพของเรา ตรงกับความต้องการใช้งานของลูกค้า การถ่ายภาพสต็อกให้ได้ดี นักถ่ายภาพจะต้องพยายามมองกลับจากมุมของลูกค้าผู้ใช้งานภาพมาสู่การสร้างสรรค์งานของเรา นักถ่ายภาพสต็อกมีส่วนคล้ายกับนักถ่ายภาพเชิงธุรกิจทั่วไป คือต้องสร้างสรรค์ภาพให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้ได้ ต่างกันเพียงแต่ว่า หากว่าคุณเป็นช่างภาพเชิงพาณิชย์ทั่วไป เช่น ช่างภาพแนว Wedding หรือถ่ายภาพสินค้าใน Studio รับงานถ่ายภาพสินค้าหรือบริการต่าง ๆ  ก่อนที่คุณจะทำงาน คุณต้องรับโจทย์หรือแนวทางที่ลูกค้าชอบหรือต้องการ แล้วก็คิดหาวิธีการสร้างสรรค์ภาพขึ้นมาให้ตรงกับโจทย์ที่ว่านั้น ซึ่งเท่ากับว่า คุณมีคนกำหนดแนวทางกว้าง ๆ มาให้แล้วบางส่วน แต่สำหรับภาพสต็อก ความท้าทายจะอยู่ที่ เป็นการถ่ายภาพโดยคุณต้องใช้ความสามารถในการคิดขึ้นมาเองทั้งหมดว่า คุณจะถ่ายภาพอย่างไร ให้ลูกค้าเห็นแล้วเลือกดาวน์โหลดภาพของคุณไปใช้งาน แทนที่จะเลือกดาวน์โหลดภาพของคนอื่น เช่น คุณเห็นถ้วยกาแฟสักถ้วยหนึ่ง คุณจะต้องจินตนาการให้ได้เองทั้งหมดว่า คุณจะถ่ายภาพมันออกมาในแนวใด ให้แสงอย่างไร ให้สีโทนไหน วางองค์ประกอบภาพอย่างไร จะสื่อสารอะไรด้วยกาแฟถ้วยนั้นได้บ้าง จะใช้อุปกรณ์จุกจิกอื่น ๆ มาเสริมหรือใส่เรื่องราวที่เข้ากันได้อย่างไร ไม่มีใครมาตีกรอบหรือกำหนดโจทย์ที่ตายตัวให้กับเรา ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมองและความเข้าใจในแนวทางของการถ่ายภาพสต็อกของนักถ่ายภาพแต่ละคน

 

ขายภาพออนไลน์

 

                ดังนั้นหากจะถ่ายภาพสต็อกให้ได้ดี นอกจากเรื่องของอุปกรณ์และเทคนิคในการถ่ายภาพพื้นฐานทั่วไปแล้ว สิ่งที่นักถ่ายภาพสต็อกที่ดีทุกคนต้องรีบทำโดยด่วนและเข้มข้น คือการ “ศึกษา” และ “ทำความเข้าใจ” ให้ถ่องแท้เกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ภาพสต็อก” จากที่ผมติดตามงานของนักถ่ายภาพสต็อกจำนวนมากที่แจ้งปัญหาเข้ามาว่า ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจนั้น ผมพบจุดร่วมที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือว่า หลาย ๆ คนมี “กรอบ” มากเกินไปในการถ่ายภาพสต็อก ผมขออนุญาตอ้างถึงหนังสือเกี่ยวกับการถ่ายและขายภาพสต็อกที่ผมเป็นผู้เขียน คือหนังสือ “แชะ!!!...รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์ ธุรกิจสร้างเงินล้าน”  ซึ่งผมคิดว่า เป็นหนังสือที่เป็นจุดเริ่มต้นให้นักถ่ายภาพทั้งมือเก่าและมือใหม่จำนวนมากเข้าสู่ธุรกิจนี้ เนื้อหาในหนังสือนั้น แน่นอนว่าสามารถใช้เป็นคู่มือในการเริ่มต้นขายภาพสต็อกได้ทันที และผมมั่นใจว่า เป็นหนังสือที่เป็นภาษาไทยซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพสต็อกขายได้ดีที่สุดเล่มหนึ่ง

                แต่เนื่องจาก ในขณะที่เขียนหนังสือเล่มดังกล่าว ผมเองก็เพิ่งเริ่มต้นขายภาพสต็อกได้ยังไม่ถึงหนึ่งปี ถือว่ายังอยู่ในฐานะ “มือใหม่” ในการถ่ายภาพสต็อกเช่นเดียวกัน ภาพประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในหนังสือส่วนใหญ่ จึงเป็นภาพที่มีเนื้อหาค่อนข้างจำกัดอยู่ในแนว วัด ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา ทิวทัศน์ ธรรมชาติ อันเป็นแนวทางถนัดแต่เดิมเริ่มแรกของผม (เชื่อว่านักถ่ายภาพจำนวนไม่น้อยก็เป็นเหมือนกัน) และภาพแนวนี้ก็ได้กลายเป็น “กรอบ” สำหรับนักถ่ายภาพสต็อกจำนวนหนึ่ง แม้ผมจะได้กล่าวย้ำไว้ในหนังสือแล้วว่า ภาพถ่ายแนวนี้ก็สามารถขายได้ดีในระดับหนึ่งในไมโครสต็อก แต่หากต้องการ “เล็งผลเลิศ” ในธุรกิจภาพถ่ายประเภทนี้ นักถ่ายภาพจะต้องพาตัวเองออกไปสู่รูปแบบการถ่ายภาพสต็อกที่เป็น “สากล” ให้ได้ แม้ว่า ไมโครสต็อกชั้นนำจะยังคงยินดีรับภาพแนวที่ว่านี้อยู่เสมอ สังเกตดูได้จาก การส่งภาพในแนวที่ว่านี้ไปสอบใน Shutterstock หรือ iStockphoto ซึ่งถือว่า เป็นไมโครสต็อกชั้นแนวหน้า ถ้าคุณภาพทางเทคนิคของภาพ “ถึงขั้น” ก็ยังคงได้รับการพิจารณาให้ผ่านตามปกติ เพียงแต่เมื่อสอบผ่านแล้ว หากนักถ่ายภาพสต็อกยังคงส่งภาพในแนวเดิม ๆ ยอดขายภาพก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้แม้ภาพจะได้รับการพิจารณาให้ Approved แต่เราก็จะได้แต่ “ปริมาณภาพ” ที่มาก แต่มียอดดาวน์โหลดน้อย แตกต่างจากนักถ่ายภาพที่พาตัวเองเข้าสู่ความเป็นสากลได้ แม้จะมีปริมาณภาพไม่มากนัก แต่จำนวนดาวน์โหลดที่ได้นั้น เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

 

 

                ผมขอยกตัวอย่างนักถ่ายภาพสต็อกชาวไทยบางท่าน ที่ไปได้สวยในธุรกิจการถ่ายภาพสต็อก ซึ่งเริ่มต้นจากภาพถ่ายแนวดังกล่าวในหนังสือที่ผมเขียน แล้วพัฒนาการในสู่ความเป็น “สากล” ในเวลาต่อมา ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน ทั้งสไตล์ของภาพและจำนวนดาวน์โหลด ก็ได้พัฒนาก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก

                ท่านแรกคือสมาชิกในยุคแรก ๆ ของ www.stockphotothailand.com    คือคุณเพทาย จันทราพูน หรือ zirconicusso เข้าชม Gallery ของคุณเพทายใน Shutterstock ได้ที่  http://www.shutterstock.com/gallery-590110p1.html  งานของคุณเพทายมีพัฒนาการชัดเจนอย่างมากในประเด็นที่ผมได้กล่าวถึง เริ่มต้นจากภาพชุดแรกที่ส่งสอบ เป็นภาพแนวมาตรฐานนักถ่ายภาพสต็อกมือใหม่ชาวไทยโดยทั่วไป ตามภาพนี้ครับ

 

 

                แม้ว่าอุปกรณ์ที่คุณเพทายใช้ จะเป็นเพียงกล้อง DSLR รุ่นธรรมดากับเลนส์คิทเดิม ๆ ติดกล้องเท่านั้น แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือน ปัจจุบันนี้ถ้าเราเรียกดูภาพของคุณเพทาย ตามลำดับความนิยมของลูกค้า หรือ Most Pupular เราก็จะได้เห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงดังนี้ครับ

 

 

                ตัวอย่างพัฒนาการที่ชัดเจนอีกท่านหนึ่งคือ คุณปฏิพัทธ์ รินทร์ธราศรี หรือคุณ Pixbox เข้าชม Gallery ของคุณปฏิพัทธ์ได้ที่ http://www.shutterstock.com/gallery-574921p1.html ภาพชุดแรกใน Shutterstock  เป็นดังนี้

 

 

                จะเห็นได้ว่า ภาพที่คุณปฏิพัทธ์ส่งสอบและผ่านในครั้งแรก ก็มาในรูปแบบเดียวกับคุณเพทายเป็นส่วนใหญ่ คือเป็นภาพประเภทที่ผมได้กล่าวถึงไว้ข้างต้น แต่เมื่อได้เรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ เกี่ยวกับภาพสต็อกไปได้สักระยะหนึ่ง (ประมาณหกเดือน) หากเข้าไปค้นหาดูภาพของคุณปฏิพัทธ์ในแบบ Most Popular จะเป็นดังนี้

 

 

                ตัวอย่างต่อไปสำหรับพัฒนาการของนักถ่ายภาพสต็อก คือคุณธีรพันธุ์ เฟื่องทอง หรือ As Usual  เข้าชม Gallery ของคุณธีรพันธุ์ ได้ที่  http://www.shutterstock.com/g/teerapun  ภาพชุดแรกที่ส่งสอบและผ่าน Shutterstock จะเป็นดังนี้

 

 

                และเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง หากเราเข้าดูภาพใน Gallery ของคุณธีรพันธุ์ โดยการเรียกดูตามความนิยมของลูกค้า หรือ Most Popular จะเป็นดังนี้

 

 

                จากตัวอย่างที่ได้นำมาแสดง จะเห็นได้ว่า นักถ่ายภาพสต็อกที่ประสบความสำเร็จที่น่าพอใจเหล่านี้ ต่างก็เริ่มต้นในแนวทางคล้าย ๆ กันทั้งหมด คือเข้าสู่ธุรกิจการขายภาพสต็อกด้วยภาพในแนวที่ได้เรียนรู้และเห็นจากหนังสือเล่มดังกล่าว และหลังจากนั้นก็ได้ศึกษาและ “ต่อยอด” ออกไปเป็นภาพที่มีเนื้อหาและรูปแบบ รวมทั้งเทคนิคที่เป็นภาพสต็อกแบบ “สากล” ซึ่งให้ผลที่ยอดเยี่ยมทั้งจำนวนดาวน์โหลดและรายได้จากการขาย

 

 

แนวคิดในการพัฒนาผลงานภาพสต็อกไปสู่ภาพขายดี

          หมั่นเข้าดูภาพยอดนิยมหรือภาพขายดีในไมโครสต็อกชั้นแนวหน้าต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ธุรกิจภาพสต็อกมีข้อดีที่หลาย ๆ คนไม่เคยนำมาใช้ประโยชน์ก็คือ ความรู้แทบทุกอย่าง (ยกเว้นข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลรายได้) ไม่เป็นความลับ ใคร ๆ ก็สามารถดูงานของคนอื่นและนำมาต่อยอดได้เสมอ ไมโครสต็อกทุกแห่งพยายามที่จะให้นักถ่ายภาพมีผลงานที่ดี ๆ เพื่อจะได้ขายได้มาก ๆ และนำรายได้มาแบ่งกัน ดังนั้น จึงมีการจัดเตรียมภาพ “ยอดนิยม” เหล่านี้ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ใช้เวลาอย่างสม่ำเสมอ แม้วันละเล็กละน้อยเข้าไปศึกษาดูภาพเหล่านี้ และ “คิด” หาวิธีสร้างสรรค์ภาพในรูปแบบที่เป็นที่ต้องการของตลาดเหล่านี้ให้ได้ ต่อไปนี้คือ Link สำหรับการเข้าไปดูภาพยอดนิยมในไมโครสต็อกชั้นนำ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ การดูภาพเหล่านี้ จะทำให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า ลูกค้าหรือตลาดต้องการภาพแนวใดบ้าง ไม่ต้องยึดติดอยู่กับภาพสต็อกแนวเดิม ๆ ที่เราเริ่มต้นในครั้งแรก ๆ

          สำหรับภาพยอดนิยมของไมโครสต็อกบางแห่ง เช่น Shutterstock จะมีการแยกย่อยออกไปเป็นภาพยอดนิยมตลอดกาล ยอดนิยมในช่วงสัปดาที่ผ่านมา และยังสามารถดูแยกประเภทด้วยว่าจะดูเฉพาะภาพถ่าย ภาพ Illustrator หรือดูรวม ๆ กันก็ได้

 

หมายเหตุสำคัญ การดูตัวอย่างงาน ไม่ใช่การ "ลอก" หรือ Copy งานผู้อื่น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่นี่

 

 

          ถ้าเรายังไม่มั่นใจว่า ค้นหาแนวทางที่ “ใช่” สำหรับเราจริง ๆ ในตอนเริ่มต้นให้พยายามถ่ายภาพให้ได้หลากหลายแนวไว้ก่อน เนื่องจากลูกค้าภาพสต็อกมาจากทั่วโลก การใช้งานภาพจึงมีความหลากหลายมาก ยิ่งเรามีภาพหลายรูปแบบ ก็จะยิ่งมีโอกาสในการขายมากขึ้น แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ หากมั่นใจว่า เราสามารถสร้างสรรค์งานในรูปแบบที่เป็น “เอกลักษณ์” หรือแนวทางของเราจริง ๆ แล้ว ค่อยเน้นในทางนั้นก็ได้ แต่ต้องทำให้โดดเด่นจริง ๆ ก็จะมีโอกาสประกอบความสำเร็จได้ เช่น ช่างภาพสต็อกระดับแนวหน้าของโลก Yuri Arcurs ที่มุ่งเน้นถ่ายภาพแนวธุรกิจที่ใช้นายแบบนางแบบเป็น Subject หลักจนประสบความสำเร็จท่วมท้น มีรายได้ปีละนับร้อยล้านบาทจากการขายภาพถ่ายสต็อก (แต่อย่างไรก็ตาม Yuri ก็ยังมีภาพถ่ายแนวอื่น ๆ อยู่ใน Portfolio อยู่จำนวนไม่น้อยอีกด้วย)  หรือ H-Gall ช่างภาพหญิงที่มาทีหลัง แต่ดังด้วยสไตล์ภาพแนวธุรกิจเช่นกัน  หรือไม่ก็ IakovKalinin  ช่างภาพที่มุ่งเน้นเฉพาะภาพแนวธรรมชาติเป็นหลัก แต่มีผลงานที่โดดเด่นมาก ยอดดาวน์โหลดใน iStockphoto มีถล่มทลายด้วยภาพแนวทิวทัศน์ธรรมชาติแทบจะทั้งหมด

 

 

          หัดใช้โปรแกรมจัดการและตกแต่งภาพให้คล่อง เช่น Lightroom และ Photoshop ผมกล้าพูดได้ว่า หากนักถ่ายภาพท่านใด ยังมีอคติกับโปรแกรมพวกนี้ และยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นอยู่ว่า นักถ่ายภาพที่เก่งจริงต้องไม่ใช้โปรแกรมตกแต่งภาพหรือว่าการใช้โปรแกรมตกแต่งภาพนั้นทำให้ภาพไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีจิตวิญญาณอะไรทำนองนั้น ความคิดแบบนี้ผมไม่ขอออกความเห็นในการแสดงทัศนะทั่วไปเชิงศิลปะล้วน ๆ แต่สำหรับการถ่ายภาพสต็อก ซึ่งเป็นการถ่ายภาพเชิงธุรกิจแล้ว ความคิดดังกล่าวเป็นเสมือนกำแพงอันแข็งแกร่งที่จะปิดกั้นความก้าวหน้าหรือความสำเร็จในงานนี้อย่างเป็นอย่างมาก อาจจะมีเหมือนกันที่ช่างภาพสต็อกประสบความสำเร็จโดยไม่แตะต้องโปรแกรมเหล่านี้เลย แต่ส่วนใหญ่จะใช้เป็น และใช้คล่องในระดับหนึ่ง ลูกค้าภาพสต็อกไม่ใช่ผู้ชมงานศิลปะ หรือนักวิจารณ์ศิลปะ พวกเขาไม่สนใจว่า คุณจะใช้วิธีไหนในการสร้างภาพขึ้นมา ขอแค่ภาพของคุณสามารถนำไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่พวกเขาต้องการ ก็ถือว่าใช้ได้ คนที่ใช้โปรแกรมดังกล่าวเก่ง ๆ ก็มีโอกาสมากกว่าที่จะทำเช่นนั้นได้ และมีโอกาสจะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้มากกว่าใครที่ไม่เคยเรียนรู้หรือมีความคิดเป็นลบต่อโปรแกรมพวกนี้

 

 

 

อ่านบทความ ทางลัดสู่การสร้างสรรค์ภาพขายดีในไมโครสต็อก ตอนที่ 2 ได้ ที่นี่

 

บทความโดย สุระ นวลประดิษฐ์